♥yuki View my profile

Categories

    FIC Hostile 6

    posted on 10 Nov 2009 12:28 by yukisan
    Hostile 6

    Bookman: MO:D
    Status: 1827 (94 = yuki!?),94kirari,9427,182769,1894 !?,9418 !! =[]= (ม่าย! คู่สุดท้ายผมไม่ยอม)
    Rate: PG (ขึ้น ๆ ลง ๆ ตามสถานการณ์นะฮะ ==)

    Warning 1: คนแต่งบ้าไปแล้ว อ๊า !! =[]=;;
    Warning 2: คนแต่งชักอยากให้ยุกกี้ (94) คุงซัดกับมุคกี้ซัง (69) ซะแล้วจิ =w= จะวายรึบู๊ดีน้อ ~?
    Warning 3: ถ้ามีฉากยิงกันปัง ๆ ๆ มีคนตายซักคนดีไหมงับ =w=; (ถามเจ๋ย ๆ เนอะตอบมาหน่อย ๆ)
    Warning 4: ถ้าพระเอกตายไรเตอร์คงกระซวกไส้ตัวเอง =[]=;;..ดังนั้นไม่ต้องโหวตมานะฮะ คนนี้น่ะ!! แต่ถ้าอยากให้มุคกี้ (69) ตายผมหนับหนุนและหนุบหนับ (?) มากเลยฮะ !! คิราริดีมั้ย ? เอ๊ะรึจะให้ยุคกี้ตาย อ๊า ! ไม่สิซือดีกว่า.. (โดนแฟนคลับของใครซักคนยิงหัวแน่ตู ==;)
    Poring (ปอลิง) : ช่วงนี้การบ้านล้นก้อนเมฆท่วมท้องฟ้า (กอดกันกลมเชียวท้องฟ้ากับก้อนเมฆ ฮิ้วว~) อาจจะลงช้าลงเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ.. แต่ไม่รู้เกิดอาเพศอันใดเพราะเมื่อทำการบ้านเสร็จดันมีอารมณ์แต่งทั้ง ๆ ที่ออกจะตายซากนั่งทำคณิตศาสตร์บ้อบอคอจะแตกเป็นชั่วโมง ๆ เพื่อให้ได้แต่งฟิค โอ้ว!~ ไฟลุกท่วมร่าง ! (เอาเมฆามาดับหนูที >w<..ดับไฟนะ ไม่ใช่ดับชีวิตหนู..คุณเคียวยะ !?)


    “ทำไมผมต้องนั่งทานข้าวกับคุณครับ ?” ร่างบางมองคนอีกฝ่ายที่กำลังพิงรั้วที่กั้นดาดฟ้าอย่างสบายใจด้วยความหมั่นไส้.. ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นยิ่งแทบอยากกระซวกไส้ (แต่ไม่มีปัญญาจะทำ ==’)




    ‘ทำไมต้องคบกันครับ ?’ สึนะถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากกับประโยคที่ได้ยิน
    ..ขนาดการที่แฟนเก่าอย่างโรคุโด มุคุโร่ค้ายายังไม่น่าแปลกใจเท่าเรื่องนี้..
    ‘...’ ร่างสูงยิ้มบาง ๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายต้องตกตะลึงไปอีกซักรอบก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากโค้ดปริศนา (ที่ซือเรียกอย่างนั้นเพราะทอนฟาเอย เนคไทเอยรึอะไรอยู่ในนี้ทั้งสิ้น..เรียกง่าย ๆ มันมีทุกอย่างที่ฮิบาริต้องการจะเก็บ ==’)
    รูปตัวเขากับมุคุโร่.. ?
    ‘คุณไปเอามาจากไหนอีกครับเนี่ย’ ร่างบางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายรุ่นพี่คนนี้รู้ทุกอย่างจริง ๆ ด้วยแฮะ.. มันน่าฉุนอยู่ไม่น้อยกับการก้าวก่ายในสิทธิส่วนตัว แต่รุ่นพี่คงจะเก็บข้อมูลเพื่อจัดการกับ..
    เขาคนนั้น ?
    ‘ฉันมีเหตุผลที่จะคบกับนายรึยัง?’ ร่างสูงเฉบทสนทนาไปอีกเรื่องอย่างขี้เกียจจะตอบอะไรยุ่งยากที่แถไปเรื่องนั้นกลับมาเรื่องนี้อีก
    ‘...’ ฮิบาริ เคียวยะมองดูร่างบางที่กำลังก้มลงมองรูปตัวเองอย่างนิ่ง ๆ
    ..ทั้งที่ผู้คนอีกมากมายกลัวเขา แต่หมอนี่ไม่ ?
    ไม่มีใครกล้ากวนประสาทรึลองดีกับเขา แต่หมอนี่ก็ยังกล้า ?
    ข้างนอกดูอ่อนหวาน แต่ข้างในก็ไม่ได้ปวกเปียก..
    แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้าง ..
    ไม่เลวเลย ซาวาดะ สึนะโยชิ..
    ‘เฮ้อ~ ผมไม่เถียงคุณแล้วครับรุ่นพี่..ยังไงก็ตอบตกลงไปแล้ว’
    ‘…’
    ‘งั้นจะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรครับ รุ่นพี่ฮิบาริ ?’
    ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนเงยขึ้นสบตาตัวเขาที่จ้องมองมาเป็นเวลานานกลับ
    ‘..ก็แล้วแต่นาย’
    ‘งั้นผมเรียกเหมือนเดิม’
    ‘..?’ ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นบาง ๆ แทนการเอ่ยปากถามคำถาม
    ‘ก็.. รุ่นพี่บ้..รุ่นพี่ไงครับ’
    ‘…’
    ‘อีกอย่างผมว่า..’
    ‘...’
    ‘ตอนชวนคนอื่นพูดไม่ต้องใช้เรื่องงานมาอ้างก็ได้ครับ..คิก’
    ‘..กวนประสาท’
    ‘แล้วที่ว่าคบกันนี่ในรูปแบบไหนครับ ?’
    ‘..เดี๋ยวนายก็รู้เอง’






    “..รู้แล้วก็ถาม” ฮิบาริ เคียวยะพูดทั้ง ๆ ที่ยังหลับตานิ่ง
    ..ใช่เลย เขาถามอย่างนี้ประจำไม่ว่าจะเป็นการเดินไปเรียน การไป-กลับโรงเรียน การไปเที่ยว การกิน รุ่นพี่คนนี้ก็จะเดินเคียงข้าง.. เรียกว่าเกาะติดยังกับตังเมจะถูกกว่าไหม ? =_=;..
    “คุณติดผมจัง” เมื่อตัวเขาพูดคำนี้อีกฝ่ายลืมตาขึ้นมาสบทันทีที่ได้ยินก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็น ๆ
    “ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้น”
    “แล้วจะเรียกอย่างนี้ว่าอะไรล่ะครับ ?” ยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างค่อย ๆ เหมือนอีกฝ่ายที่เริ่มอยู่ด้วยนานเกินไปหน่อย
    “..ต้องเรียก ?” ร่างสูงพูดเบา ๆ ก่อนจะหันไปอีกทางอย่างตัดปัญหา
    “รุ่นพี่ครับ” เสียงหวานที่ฟังดูนิ่ง ๆ พูดเรียกซึ่งนั่นก็ทำให้เขาหันไปอีกอย่างรำคาญเล็กน้อยก่อนจะชะงักเมื่อมีอะไรมาจ่อที่ปาก
    ..ซูชิ ?
    “…” มองอีกฝ่ายอย่างมีความหมายแต่ยังคงนิ่งเงียบ
    “เห็นยูบอกคุณชอบครับ ?” ว่าพลางยิ้มตาหยีก่อนจะคะยั้นคะยอ
    “อ้าปากสิครับ”
    “ทำไมต้องกิ..” ก่อนจะพูดจบประโยคก็ต้องนิ่งเงียบเมื่อของโปรดถูกส่งเข้าปากได้สำเร็จ
    “คิก..” เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายทำให้ฮิบาริ เคียวยะเริ่มขมวดคิ้วเป็นปมอีกครั้ง
    “อะไรของนาย”
    “วันหลังผมทำให้ทานดีไหมครับ ?”
    “…”
    “ยังไงผมก็คบกับคุณนี่เนอะ”
    “…” ร่างสูงจ้องมองอีกฝ่ายที่ยังคงพูดแจ้ว ๆ ทั้ง ๆ ที่ข้าวติดเต็มริมฝีปากเหมือนไม่สังเกตว่าวันมีติดอยู่ก่อนจะเช็ดออกให้เบา ๆ
    “ตกลงเอาไงครับรุ่นพี่”
    “..ก็แล้วแต่นาย”
    “เอ.. ผมไม่ได้ชื่อนายนะรู้สึกว่า”
    “..ฉันก็ไม่ได้ชื่อรุ่นพี่”
    “คุณจะยอมผมซักเรื่องได้ไหมเนี่ย ?” ร่างบางก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวกล่องและถูกมันอย่างประณีตบรรจงเหมือนข้างในมีของล้ำค่าทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้มีอะไร
    “…”
    “ตอนรุ่นพี่ยิ้มนี่.. รู้สึกดีจังเลยครับ” อยู่ ๆ ร่างบางก็โพล่งขึ้นมาอย่างทื่อ ๆ ที่ทำให้ร่างสูงที่นิ่งเงียบยิ่งนิ่งเงียบและเฝ้ามองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ ต่อไปอีก
    ..นายมัน ..
    “ซาวาดะ..”
    “อะไ..” พูดยังไม่ทันจบประโยคดีก็ต้องนิ่งค้างเมื่อรู้สึกได้ถึงริมฝีปากที่แนบชิดเข้ามา ร่างบางนิ่งอึ้งไปซักพักแต่ก็ยอมรับสัมผัสนั่นแต่โดยดี..
    จูบ.. ที่เป็นมากกว่าการแตะริมฝีปากธรรมดา
    ใช่ว่าตัวเขาจะไม่เคย.. แต่มันก็ไม่ใช่แบบนี้
    ไม่ใช่แบบที่ทำให้ลมหายใจกระชั้นชิดและได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น.. ถี่ขึ้น ถี่ขึ้นทุกทีแบบนี้
    เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจที่กระชั้นชิดของอีกฝ่ายฮิบาริ เคียวยะก็ยอมถอนริมฝีปากของตนออกอย่างเสียดาย
    “ทำอะไรครับ ?” ร่างบางที่ยังคงยิ้ม ๆ แม้สีหน้าจะแดงเรื่อก็ยังคงพยายามทำเฉยไว้
    ร่างสูงยิ้มบางโดยไม่รู้ว่ามันเป็นการทำให้อีกฝ่ายใจเต้นมากขึ้น ก่อนจะพูดคำเฉลยออกมา
    “..ข้าวติดปาก”
    “เหตุผลฟังไม่ขึ้นมากครับ” ร่างบางว่าทั้ง ๆ ที่หน้ายังคงแดงแต่ก็พยายามรักษาฟอร์มที่มีเอาไว้ให้มากที่สุด
    “ก็ไม่ได้หวัง..”
    “…”
    “ให้มันมีเหตุผลนักหรอก” เสียงทุ้มพูดก่อนจะทำการกระทำที่เอาแต่ใจนั่นอีกครั้ง.. และอีกครั้งหนึ่ง
    ..คุณมันเอาแต่ใจครับ รุ่นพี่..





    “ปากนายไปโดนอะไรมาน่ะซือ” เสียงทุ้มนุ่มที่ปกติมันเป็นเสียงที่ฟังดูดีแต่กลับทำให้ตัวเขาฟังแล้วหงุดหงิด..
    ..ในความเหมือนของเสียงใครบางคน..
    “เดินชนประตูน่ะ” สึนะตอบเรียบ ๆ อย่างไม่คิดจะพูดอะไรมากไปกว่านั้น
    “จริง~ อ้ะ” อีกฝ่ายเอ่ยอย่างล้อ ๆ เหมือนรู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง

    หลายวันที่ผ่านมาซือตัวติดกับพี่เคียวยังกับตังเมไปไหนมาไหนกันตลอด.. นั่นทำให้โรงเรียนเงียบสงบ (ทุกที่ที่ฮิบาริ เคียวยะเดินผ่านจะมีคนแหวกทางออกและปิดปากเงียบต่างคนต่างอยู่ทันใด ==) มากขึ้นเยอะเลย

    แต่ ?
    ..แหม น่าสงสัยสุด ๆ เลย..
    “แล้ว.. จะให้มีอะไรล่ะ”
    “ไม่รู้สิฮะ..” ร่างสูงว่าขณะที่แกะจูปาจุ๊บรสโปรดในมีในคาบอิสระก็จะนั่งท้าวคางอย่างสบายใจก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
    “กินจูปา ‘จุ๊บ’ ไหมฮะ ”
    “- -”
    “..หึหึหึ~”
    “…-_-‘ ”
    “ไม่เอาเหรอ.. รึว่า ‘กิน’ มาเยอะแล้ว ~?”
    “=_=//”
    “ฮะ ๆๆๆ !! ..ซือเนี่ย !? อ่อนไหวจังน้า” ร่างสูงที่แกล้งอีกฝ่ายจนพอใจแล้วแกล้งโคลงหัวอีกฝ่ายก่อนจะยื่นลูกอมในมือให้
    “ให้เหรอ.. แน่ใจอ้ะ ?” สึนะมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ตีให้นิ่งแล้วถามอย่างแปลกใจ
    ..ปกติหวงลูกอมยิ่งกว่าอะไรทั้งปวง ทุกสิ่งห้ามมาเยื้องกรายใกล้ลูกอมของหมอนี่เด็ดขาด..
    ไม่งั้นมีเรื่อง - -“
    “อื้อ.. ช่วงนี้อารมณ์ดี ”
    “มีอะไรเหรอ ?”
    “นายนั่นล่ะต้นเหตุ”
    “- -..”





    บ้านตระกูลฮิบาริ

    “กลับมาแล้วคร้าบ” เสียงนุ่มของน้องชายคนเล็กในบ้านดังขึ้นลอย ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวอย่างสบายอารมณ์
    “กลับมาแล้วเหรอยู” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมสีหน้ายิ้ม ๆ
    “หม่าม๊า.. วันนี้กลับเร็วเหรอฮะ ?” พูดพลางกอดเอวอย่างเอาใจ
    “ไม่งั้นจะเห็นหม่าม๊ายืนอยู่ไหมเนี่ย?”
    “ฮะ ๆๆๆ เห็นสิ ?”
    “เห็นได้ยังไงน่ะ”
    “เห็นในฟามฝัน ><”
    “เรานี่!” มือเรียวบางของผู้เป็นมารดาพาดเพียะที่หลังมือของอีกฝ่ายเบา ๆ อย่างนึกหมั่นไส้
    “ผมอยากกินข้าวปั้นจังฮะ หม่าม๊า” ยูกิเอ่ยอ้อนอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเล็ก ๆ ก่อนจะทำตาโตเมื่อเห็นกับข้าวต่าง ๆ ที่ถูกจัดเตรียมไว้
    “ปะป๊าอาบน้ำน่ะ.. แล้วเคียวยะล่ะ ?”
    “..คิก ฮะ ๆ ถามอะไรน่ะฮะหม่าม๊า”
    “อ้าว.. หม่าม๊าก็ถามถึง...”
    “คิก..ฮะ ๆๆๆ”
    “อะไรของลูกน่ะยู พี่เค้าเป็นอะไร” อีกฝ่ายถามอย่างเป็นห่วงทันที
    “เปล่า ๆ ไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับ”
    “..เอ๋ ? แล้วลูกหัวเราะอะไรจ๊ะ”
    “..ความลับฮะแม่” ฮิบาริ ยูกิยิ้มเจ้าเล่ห์พลางเอามือจุ๊ปากตนเองก่อนจะขยิบตา




    .

    .

    .





    “รุ่นพี่ครับ..”
    “..อะไร”
    “คือ.. ผมอยากรู้อ้ะว่ายูเค้าอารมณ์ดีเรื่องอะไร”
    “จะรู้ไหม” อีกฝ่ายพูดเรียบ ๆ ก่อนจะนึกถึงน้องชายตัวแสบที่พอจะนึกออกถึงสาเหตุของความอารมณ์ที่แสนจะดีของเจ้านั่น
    “นั่นสินะครับ..เฮ้อ~”
    “เป็นอะไรของนาย ?”
    “เปล่าครับ” สึนะตอบแล้วยิ้มบาง ๆ ให้อีกฝ่ายเหมือนเคยก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นอย่างใช้ความคิดอีกครั้งหนึ่ง
    ..ยูอารมณ์ดีเรื่องอะไร ? ทำไมตัวเขาถึงเป็นสาเหตุล่ะ ??..
    สึนะมองลูกอมในมือที่เป็นจูปาจุ๊บรสโปรดของตัวเองที่ไม่ค่อยจะชอบของหวานนัก ยูให้มาอย่างไม่รู้สาเหตุแบบนี้.. มันน่าสงสัยจริง ๆ นะ !?
    “...”
    “…”
    ทั้งสองเดินข้าง ๆ กันมาเงียบ ๆ จนถึงบ้านของสึนะที่เจ้าตัวดูเหมือนจะเหม่อลอยจนถึงขนาดเดินเลยบ้านตัวเอง
    “ซาวาดะ..”
    “…”
    “...” ฮิบาริ เคียวยะถอนหายใจหนักหน่วงก่อนจะเดินไปแตะบ่าอีกฝ่ายที่กำลังเหม่อลอยให้หยุดเดินก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า
    “ทำอะไรของนาย”
    “หืม ? ถึงบ้านผมแล้วเหรอครับขอบคุณมากที่มาส่งนะครับ”
    “นายยังไม่ตอบคำถามฉัน” เสียงของอีกฝ่ายเข้มขึ้นแต่สึนะที่ยังเหม่อลอยก็ไม่ได้รับรู้ก่อนจะตอบเสียงเรียบ ๆ กลับไปเช่นกัน
    “รุ่นพี่ถามว่าอะไรนะครับ”
    “…” เสียงถอนหายใจดังขึ้นจากอีกฝ่าย
    “..แฮะ ๆ ขอโทษนะครับที่ไม่ได้ฟัง”
    “…”
    “ก็ผมคิดอะไรนิดหน่อยนี่ครับรุ่นพี่ - -”
    “..มีสติ” อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูหงุดหงิดน้อยลงไปบ้างก่อนจะตอบด้วยน้ำคำกวนประสาทที่มันก็สั้นได้ใจความเหมือนเดิม
    “น้องชายคุณลดทอนสติผม”
    “ไม่มีใครทำได้นอกจากตัวนาย”
    “โอเค ๆ ผมไม่เถียงคุณแล้วก็ได้.. ไปนะครับ”
    “…”
    “พรุ่งนี้” ขาที่กำลังก้าวผ่านเพื่อเข้าบ้านชะงักเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ ก็จะหันไปพูดกับรุ่นพี่ที่บัดนี้คบกัน (ด้วยความจำเป็น) และกำลังยืนจ้องตัวเขาเองอยู่
    “…” ร่างบางสังเกตคิ้วที่เริ่มขมวดมุ่นของอีกฝ่ายและยิ้มก่อนจะพูดออกมา
    “คุณว่างไหมครับรุ่นพี่”
    “..มีอะไร ?”
    “ผมถามคุณอยู่นะ ?”
    “..ฉันถามนายอยู่”
    “แต่ผมถามก่อนนี่ - -”
    “มันไม่ใช่เหตุผล.. มีอะไรก็พูด”
    “ก็ผม..”
    “ซาวาดะ.. อย่างี่เง่า” ฮิบาริมองหน้าอีกฝ่ายที่ค่อย ๆ แย้มรอยยิ้มมากขึ้นเหมือนกับกำลังแกล้งให้ตัวเขาอารมณ์เสียให้ได้ยังไงยังงั้น
    “...คิก ผมจะชวนคุณไปไหนน่ะครับ”
    “..ที่ไหน”
    “คุณจะไปไหม ?” อีกฝ่ายถามต่ออย่างไม่สนใจคำถามที่ดังขึ้นเรียบ ๆ จากอีกฝ่าย
    “นายกำลังทำให้ฉัน.. หงุดหงิด”
    “..คุณไม่เห็นจะตีผมเหมือนตอนแรกเลยนี่” อีกฝ่ายยิ้มยั่วโทสะอย่างได้ที
    “นายจะไปที่ไหน..” ร่างสูงสบตาที่กำลังยิ้มตาใสให้ก่อนจะเฉไปเรื่องเดิมที่กำลังพูด
    ..คุณอายผมเหรอ ?..
    “คุณอยากไปกับผมไหมครับ ?”
    ผมว่า..

    “ฉันจะคิดดู..”
    “งั้นผมโทรหาคุณได้ไหม” สึนะชูโทรศัพท์ที่ตัวเครื่องรุ่นเดียวกับของฮิบาริแต่เป็นสีขาวสะอาดตาให้ดู
    “...”
    “งั้นผมจะโทรไปนะครับ” สึนะพูดก่อนจะหันหลังกลับและเปิดประตูบ้านแต่ก็ชะงักและยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมอีกเมื่อได้ยินคำพูดที่ฟังดูหงุดหงิดของอีกฝ่ายที่ดังขึ้นเรียบ ๆ อย่างรักษาฟอร์ม
    “..ฉันจะโทร”
    “คิก ๆ ..ครับคุณฮิบาริ”
    คุณน่ารักนะครับ.. คุณฮิบาริ..



    .

    .

    .



    ร่างสูงที่เมื่อเดินเข้ามาในตัวบ้านที่ดูจะเงียบสงบก็โดนอะไรบางอย่างกระโจนเข้าใส่ให้ต้องรับการกระโดดกอดของอีกฝ่ายทันที
    “ได้แฟนแล้วลืมน้อง ง ง ง ง ง >O<”
    “..ยูกิ” ผู้เป็นพี่ขมวดคิ้วมุ่นกับการกวนประสาทที่มีมาทันทีที่ถึงบ้านของอีกฝ่าย
    “เชอะ! ใช่ซี้~”
    “นายไม่มีอะไรทำรึ..”
    “พี่ไม่รักผมแล้ว T^T”
    “งี่เง่าน่ะ..”
    “คิก.. ไม่แกล้งก็ได้” ร่างสูงที่เพิ่งกระโจนกอดพี่ชายตนปล่อยมือแล้วหัวเราะเบา ๆ
    “...”
    “พี่จะทานข้าวเลยไหมฮะ ผมรอทานอยู่เนี่ยป่าป๊ากับหม่าม๊าก็ทานไปแล้ว”
    “..จะทำงาน”
    “เดี๋ยวผมยกไปให้ในห้องก็ได้.. แล้วผมจะช่วยงานพี่นะฮะ *0*”
    “…” ร่างสูงถอนหายใจไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันกับการต้องยุ่งเกี่ยวกับผู้คนที่แสนจะวุ่นวาย.. น่ารำคาญ
    “พี่ทำงานไปก่อนเลยก็ได้ฮะ เดี๋ยวผมไปขอให้แม่บ้านอุ่นกับข้าวก่อน..วันนี้มีซูชิด้วยล่ะ! >O<~”
    “หึ..”
    ..ซูชิงั้นเหรอ..
    “หืม? อะไรฮะพี่”
    “..ไม่มีอะไร”



    Talk
    จบไปอีกตอน !! ว๊าก การบ้านล้นท่วมตัวทับปีกไม่ไหวแล้ว !?
    ทำไมฉันต้องเรียนวิทย์ คณิตงี่เง่า ทำไมฉันต้องสอบเข้าสายนี้ได้ TT[]TT..
    อาหารประจำชาติของพี่น้องคู่นี้ดูบ้าน ๆ น่ารักใช่ไหมฮะ >_______<’
    คนพี่ชอบซูชิ ส่วนคนน้องชอบข้าวปั้น ฮิ้วว !!~
    บ้านเกิดใคร ใครก็รัก เราก็ต้องรักบ้านเกิดเรากันนะฮะ !!